บทที่ 3 - บทกวีในฝุ่นผง

posted on 20 Apr 2012 11:18 by violentsequence
สังหาร [คมมีดร้อยมายา]
 
เมื่อสิ้นเสียงประกาศสเปลการ์ดออกมาแล้วนั้น มีดจำนวนมากได้ห้อมล้อมตัวของเรย์มุกับยูคาริเอาไว้ แต่มันกลับลอยเอื่อยๆราวกับสายลมเป็นผู้หอบหิ้วมันไว้อย่างนั้น
 
"ยูคาริ...นี่คือสเปลการ์ดใบสุดท้ายที่ชั้นมี นั่นหมายความว่าถ้าเธอสามารถเอาตัวรอดจากสเปลการ์ดใบนี้ได้ เธอก็ชนะชั้น แต่ถ้าไม่ได้เธอก็แพ้ชั้น" 
 
"เข้าใจล่ะ...งั้นชั้นก็จะไม่ใช้สเปลการ์ดเหมือนกัน ไม่งั้นคงเอาเปรียบแย่"
 
"ก็ได้...ตัดสินกันเลย" พูดจบร่างของฮิคาริก็หายไป ทำให้เรย์มุคิดจะตามออกไปแต่ยูคาริห้ามไว้ก่อน
 
"อย่าตามไปเชียวนะ...ยัยนั่นลูกเล่นเยอะนะ"
 
"แต่ว่า...จะปล่อยให้มันหนีไปต่อหน้าต่อตาเนี่ยนะ"
 
"ยัยนั่นไม่มีทางหนีไปได้ไกลหรอก...เพราะว่าสเปลการ์ดใบนี้ยังไม่แสดงผลเลย"
 
พูดจบมีดที่ลอยอย่างเอื่อยๆนั้นกลับมีบางอันพุถ่งเข้าใส่ยูคาริด้วยความเร็วมหาศาลมาก จนเรย์มุยังมองแทบไม่ทัน แต่มีดเล่มนั้นเมื่อเข้าใกล้ตัวยูคาริกลับสลายไปกลายเป็นเพียงเศษผง
 
"เมื่อฝ่ายนั่นเล่นไม่ซื่อ...ชั้นก็เล่นไม่ซื่อบ้างละนะ"
 
กระสุนแสง「Doppler Effect」
 
กระสุนแสงจำนวนนึง ได้หมุนรอบตัวของยูคาริและเรย์มุด้วยความเร็วที่รวดเร็วยิ่งกว่ามีดเล่มตะกี้ ทำให้มีดเล่มนั้นกระทบกับกระสุนแสงจนสลายไป
 
"ถ้าจะหลบๆซ่อนๆละก็ สู้ตัดสินกันเลยดีกว่ามั้ย ชั้นรู้นะว่ายังมีสเปลการ์ดเหลืออีกใบนะ"
 
"ยูคาริ...นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่นะ"
 
"ก็ได้...งั้นชั้นไม่เกรงใจละนะ"
 
หวนระลึก [สิ้นสรรพเสียงในเงามาร]
 
สิ้นเสียงประกาศ กระสุนหลากสีจำนวนมากห้อมล้อมมีดที่ลอยเอื่อยๆอยู่ทันที คราวนี้มันหมุนรอบๆตัวของยูคาริกับเรย์มุด้วยความเร็วที่สูงมากกว่าเดิมจนทำให้ยูคาริเรียกสเปลการ์ดอีกใบออกมาทันที
 
"ฮิคาริ...จะตัดสินกันแล้วสินะ ทางนี้ก็มีไพ่เด็ดเหมือนกัน"
 
เหยื่อสุญญากาศ「วัตถุบินความเร็วสูงคลุ้มคลั่ง」
 
กระสุนแสงจำนวนมากพุ่งเข้าใส่ฮิคาริอย่างรวดเร็ว ฮิคาริได้ให้กระสุนแสงที่หมุนรอบตัวยูคาริกับเรย์มุมารวมกันที่หน้าของตนเพื่อเตรียมรับมือ
 
"ไม่มีทางโดนชั้นหรอก...ยูคาริ"
 
กระสุนแสงหลากสีจำนวนมากที่มารวมกัน ป้องกันกระสุนของยูคาริได้อย่างสมบูรณ์ทำให้ฮิคาริยิ้มอย่างผู้มีชัย แต่ทว่าหลังจากการประทะกัน ฮิคาริสังเกตุเห็นว่าเรย์มุได้หายไปแล้ว
 
ท่าเทพ「ค่ายกลพันธนาการยักษ์แปดทิศ」
 
เรย์มุได้วกมาอยู่ด้านหลังของฮิคาริและประกาศใช้สเปลการ์ด เกิดเขตแดนขึ้นทำให้ร่างของฮิคาริโดนเข้าไปเต็มๆ จนในที่สุดร่างของฮิคาริก็ล้มลงนอนกับพื้นในที่สุด
 
"จบแล้วละนะ...ฮิคาริ"
 
"อือ...ชั้นยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้"
 
"ยูคาริ...เธอรู้จักกับเจ้านี่ได้อย่างไรกันนะ" 
 
"รู้จักสิ...เพราะชั้นเคยเป็นอาจาร์ยให้อยู่ครั้งนึงนะ ตั้งแต่ 500 ปีก่อนแล้ว"
 
"ตอนนั้นก่อนเหตุการ์ณล่มสลายไม่นานนี่เนอะ" 
 
"เหตุการ์ณล่มสลาย ของอะไร"  เรย์มุสงสัยในคำพูดของฮิคาริทำให้ยูคาริถอนหายใจเบาๆก่อนจะเริ่มอธิบาย
 
"เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน สมัยนั้นยังไม่มีมหาเขตแดน มีเพียงหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ ณ จุดนี้ ตอนนั้นมีโยวไคตนนึงหึกเหิมอยากเป็นใหญ่ จึงได้รวมกองกำลังขึ้นมาและเริ่มสร้างความปั่นปวนในสังคมมนุษย์และสังคมของโยวไคด้วย ชั้นทนไม่ได้กับเหตุการ์ณแบบนี้จึงระดมกำลังทำการกำราบเสีย ตอนนั้นฝ่ายนั้นกำลังจะพลาดพลั้งแล้ว แต่ชิโระหัวหอกของมัน ได้เข้าร่วมศึกอย่างเป็นรูปธรรมทำให้ฝ่ายเราเริ่มเสียเปรียบแล้ว แต่แล้วด้วยการเสียสละตนของบุคคลผู้หนึ่งทำให้เราสามารถจัดการกับชิโระลงได้ แต่ทว่าหากปล่อยไว้ก็อาจจะกลับมาสร้างความวุ่นวายได้อีก ทางเราจึงจัดการผนึกส่วนต่างๆของมันไว้ตามที่ต่างๆในเก็นโซเคียว และผนึกที่ว่าหนึ่งในนั้นก็อยู่ที่นี่นั้นแหละ ในนี้ผนึกวิญญาณของมันเอาไว้ แต่ฮิคาริกลับปลดออกซะได้"
 
"ทำไงได้ละ...ก็มันน่าเบื่อนี่นา" ฮิคาริพูดพลางน้อยใจ ยูคาริยิ้มเบาๆ ส่วนเรย์มุก็ไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์ของสองคนนี้มากนัก
 
"แล้วอันอื่นๆละ พอจะรู้บ้างไหมว่าอยู่ที่ไหน" เรย์มุถามยูคาริอีก ยูคาริส่ายหน้าเพราะว่าอันอื่นๆนั้นได้ถูกเคลื่อนย้ายไปตามกาลเวลา
 
"ชั้นรู้อยู่อันนึงนะ...มันอยู่ที่ใต้พิภพนะ ส่วนลึกสุดน่ะนะ"
 
ใต้พิภพ ณ จุดที่ลึกที่สุด ที่นั่นมีก้อนก้อนนึงตั้งอยู่ มียันต์แปะรอบๆก้อนหินนั้น เรย์อุจิ อุทสึโฮะ เห็นก้อนหินก้อนนั้นมานานแล้วแต่เธก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะเธอสัมผัสมันไม่ได้สักที คราวนี้เธอลองยื่นมือไปใกล้ๆหมายจะล้มมันเล่นดู 
 
"อ๊ะ...สัมผัสมันได้แล้วนี่นา" เธอผลักมันล้มลงทันทีและดึงยันต์ที่แปะไว้ โดยไม่ได้คาดคิดถึงภัยร้ายที่มาเยือนในไม่ช้า

Comment

Comment:

Tweet